นักเศรษฐศาสตร์ มองเงินเฟ้อไทยกดดันต่อเนื่อง จากน้ำมันสู่สินค้าจำเป็น
รายจ่ายวิ่งเร็วกว่ารายได้ นักเศรษฐศาสตร์ มองเงินเฟ้อไทย ยังมีแรงกดดันต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันสู่ราคาสินค้าจำเป็น
จากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 2.79% ใกล้เคียงกับ 2.89% ในเดือนก่อน และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 3.10% ปัจจัยหลักยังคงมาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 18.09% โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 29.45% จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางยื้ดเยื้อ ส่วนหมวดที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล และหมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.17%
จากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.59% ตามการปรับขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ และข้าว ในขณะที่ หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ปรับลดลง 0.11% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะที่ชะลอลงจากเดือนก่อน
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.92% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.83% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 0.41%
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
1) แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มกระจายไปยังหลายหมวด สะท้อนความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสอง ที่จะขยายตัวออกเป็นวงกว้างขึ้น แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน อาหารสำเร็จรูป และกลุ่มข้าวและแป้ง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา
2) เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึง เม.ย. 69 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง
มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB